Categories

Chapter 1 : TOMAS ALVA EDISON

posted on 17 Jun 2011 21:25 by dunk-go
ก่อนอื่นก็ F5
ลองเขียนเรื่องดูครับ หลังจากที่เรื่องมากมาย ได้แต่วนเวียนอยู่แต่ในหัว คราวนี้ได้ออกมาข้างนอกบ้างล่ะนะ
 
 
               "โพรมิธีอุส เทพไททันผู้ขโมยไฟจากเหล่าเทพลงมาให้มวลมนุษย์ จนสามารถส่องสว่างและสร้างอารยธรรมต่างๆขึ้นมาได้ ...ในปัจจุบันวิทยาการต่างๆกำลังก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ผู้เฉลียวฉลาด และทุ่มเทเพื่อมวลมนุษย์ ศึกษา ค้นคว้า และสร้างสรรค์เพื่ออารยธรรม ทุกวันนี้สิ่งต่างๆค่อยๆถูกประดิษฐ์ขึ้นมา"
 
 
               "ไม่ใช่แค่การหุงหาอาหาร หรือแค่ส่องสว่างอีกต่อไป สิ่งที่เปล่งเสียงออกมาได้เอง ภาพที่สามารถเคลื่อนไหวได้... อารยธรรมมนุษย์กำลังรุ่งเรือง สิ่งประดิษฐ์ของผมเหล่านี้ทำให้มนุษย์เจริญก้าวหน้า ผมก็เปรียบเสมือนโพรมิธีอุส แต่ผมก็ไม่ต้องการเพียงแค่แค่หลอดไฟ ผมต้องให้การวิทยาการทั้งมวลลงมาสู่มนุษย์ ต้องการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงมัน ผมต้องการเปลี่ยนโลกใบนี้ และสิ่งต่างๆจะไม่เป็นดั่งเวทย์มนต์อีกต่อไป คุณเข้าใจความรู้สึกของผมใช่มั้ยครับ ดร.แฟรงเกนสไตน์"
 

               "ผมเข้าใจครับ คุณเอดิสัน ผมชื่นชมผลงานและแนวคิดของคุณจริงๆ วิทยาการต่างๆก็เหมือนกับไฟ มีอำนาจ มีพลัง ต้องใช้อย่างระมัดระวัง และเราต้องควบคุมมันให้ได้ ไม่งั้นจะโดนอีกายักษ์จิกกินเครื่องในเหมือนเทพ"โพรมิธีอุสนะครับ"

                "ฮ่าๆๆ อีกายักษ์น่ะผมไม่กลัวหรอก ที่เชิญคุณมาที่โบกี้ของผมเนี่ย ผมแค่อยากแลกเปลี่ยนมุมมองและความรู้เท่านั้นเอง ไม่ได้ไปขโมยอะไรมาซักหน่อย ผมพูดถึงงานของผมไปแล้ว ถ้าคุณไม่รังเกียจ เชิญ ดร.พูดเลยครับ"

               "...อย่างที่ผมได้พูดไปแล้ว งานวิจัยของผมมันก็เหมือนกับไฟแหละครับ มันอันตราย และมันควบคุมไม่ได้-- "

                "คุณมีสิ่งที่ยิ่งใหญในครอบครองนะดร. ...งานวิจัยของคุณ เอาชิ้นส่วนศพมาต่อกัน กระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า จนสามารถชุบชีวิตคนตายได้ อำนาจของเทพเลยล่ะ ผมพอจะรู้มาบ้างนะ คุณสร้างมันได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าไอ้สัตว์ประหลาดนั่นจะหนีไป และคุณไม่สามารถควบคุมได้จนโดนตราหน้าว่าไม่รับผิดชอบผลการทดลอง แต่ผมเข้าใจคุณนะ มันไม่ใช่ความผิดคุณ มันยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับคุณคนเดียว มันยังเป็นเพียงไฟป่าที่ลุกลาม แต่ผมเชื่อว่าผมสามารถควบคุมมันได้ ขอเพียงความร่วมมือจากคุณเท่านั้น ดร.แฟรงคเกนสไตน์ ผมจะทำให้ไฟมันอยู่ในเตาเอง"

                "อย่าเลยครับ... มันไม่คุ้มหรอก มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรค้นพบด้วยซ้ำ... อย่างที่คุณเอดิสันพูดแหละครับ มันคืออำนาจของเทพ มนุษย์ไม่ควรไปยุ่ง... ผมคงต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนงานชิ้นนี้กับอะไรได้... ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ" ชายหนุ่มตอบอย่างใจเย็น

                ชายสองคนภายในโบกี้สุดท้ายของรถไฟที่กำลังมุ่งขึ้นเหนือ ภายในดัดแปลงเป็นโบกี้พิเศษอย่างหรูหราและเป็นสัดส่วน การตกแต่งต่างๆพอจะเดาได้ว่าเป็นห้องทำงาน เพียงแต่เวลานี้ได้ใช้เป็นห้องรับรอง บริกร 3-4 คนยืนอยู่ห่างๆอย่างสุขุม ชายสองคนสนทนากันกันในพื้นที่ของโบกี้สุดท้ายนี้ ชายสองคนที่แม้รูปลักษณ์จะตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ชายคนแรกมีรูปร่างใหญ่ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มกับดวงตาที่เรียวเล็ก ชายคนที่สองเป็นคนหนุ่ม ร่างกายผ่ายผอมภายใต้เสื่อเชิ้ตโทรมๆท่าทางมีราคา หากแต่ชายทั้งสองคนก็มีสิ่งที่คล้ายกัน ชายทั้งสองคนต่างก็เชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศาสตร์ ทันทีที่ชายคนที่สองพยายามจะลุกขึ้น ชายคนแรกก็พูดออกมาว่า...

               "นิคโคล เดินเครื่อง"

 

                บริกรคนนึงที่น่าจะชื่อนิโคล เดินตัดทั้งสองไปยังด้านหน้าของโบกี้ เขาไม่ใช่บริกร.. เสียงเครื่องยนต์ค่อยๆดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชายที่ไม่ใช่บริกรที่เหลือเดินมุ่งเข้ามา ลวดเส้นบางรัดลำคอและร่างของชายหนุ่มตรึงกับเก้าอี้

                "อะไรกัน!!!"

                "คุณเอดิสันครับ..." ชายที่ไม่ใช่บริกรคนนึงถาม

                "ไม่ต้องห่วง ไอ้ตัวนั้นมันไม่มาหรอก"

                "ผมรู้ดีว่าคงไม่มีทางซื้อคุณหนูอย่างคุณด้วยเงินได้ แต่ไม่คิดว่าจะซื้อด้วยอุดมการณ์ไม่ได้เหมือนกัน... โทษทีนะ คงต้องซื้อด้วยกำลังซะแล้ว"
 
 

               โบกี้สุดท้ายปลดตัวเองออกจากขบวน ท่อไอเสียยื่นออกมาพ้นหลังคา ควันสีขาวพวยพุ่ง

                "นี่มัน!?"

                "เพื่อนผมสร้างให้น่ะ รถไฟโบกี้พิเศษ จริงมันไม่ได้พิเศษอะไรหรอก แค่มันไม่ได้ไปทางเหนือเหมือนหัวรถจักรเท่านั้นแหละ”

                "ค้นตัวแล้วไม่เจอเลยครับ คุณเอดิสัน"

                "ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกนาน... ดร.สมุดบันทึกของคุณอยู่ที่ไหน ผมต้องการบันทึกงานวิจัยของคุณ"
 
 

               "คุณเอดิสัน คุณหยุดเถอะ มันไม่ใช่แค่เครื่องอำนวยความสะดวก มันคือชีวิตมนุษย์ คุณควบคุมมันไม่ได้หรอก ไม่คุ้มกับเงินที่คุณจะขายมันด้วย!!"

                "...ดูเหมือนคุณเห็นว่าผมทำไปเพื่อเงินสินะ... เปล่าเลย จริงอยู่ นักวิทยาศาสตร์อย่างคุณทำไปเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาการ นักประดิษฐ์ทำไปเพื่อขายมัน แต่อย่าลืมสิ ว่าพอคุณทำสำเร็จพวกคุณก็หยุดอยู่แค่นั้น ดื่มด่ำอยู่กับชื่อเสียงและเกียรติยศ ไม่ได้นำมันมาให้มวลมนุษย์อย่างแท้จริง วิทยาการต้องคำนึงถึงการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ทุกคนสามารถเข้าถึงมันได้ เพื่อมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้... เพราะฉะนั้น เอาสมุด--"

                "อย่าเถอะ คุณเอดิสัน... โพรมิธีอุสขโมย... ไม่ได้มาขู่กรรโชกกันแบบนี้นะ..."
 
 

               "อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก"

                "สมุดบันทึกอยู่ที่ไหน?"

                "..."

               "อยู่ที่ไหน?"

                "..."
 

               "..."

                กระจกหน้าต่างแตก ผ้าคลุมสีดำพุ่งเข้ามาภายในโบกี้ มือขาวซีดและผอมบางกระแทกเอดิสันล้มลงอย่างรุนแรง มีดสั้นกระแทกลงไปที่ลวดที่มัดร่างชายหนุ่มเอาไว้ ชายที่ไม่ใช่บริกรต่างกรูเข้ามาโจมตีแต่ก็ไม่เป็นผล ไฟฟ้าจากหลอดไฟที่ขาดลัดวงจร เกิดความวุ่นวายอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งหลอดไฟทั้งหมดดับลง

 

               โคมไฟตกจากพื้น น้ำมันเริ่มติดไฟ

 

               หญิงผิวขาวภายใต้ผ้าคลุม ใบหน้าที่มีรอยเย็บ หลายคนเริ่มหวาดกลัว เว้นแต่เอดิสันที่ค่อยๆยิ้มเล็กๆ

                "ฮ... ฮะ... ฮ่า...ฮ่าๆๆ สุดท้ายคุณก็ทำขึ้นมาอีกตัวงั้นเรอะ อย่างงี้ไม่ใช่แค่ไม่มีความรับผิดชอบแล้ว "

"อย่า!..." บุคคลใต้ผ้าคลุมชะงักลง

                "โอ... ตัวนี้เชื่อฟังคำสั่งด้วย ฮะๆ แบบนี้สิที่ทุกคนสามารถใช้งานได้ มิน่า คุณถึงไม่ยอมยกงานชิ้นนี้ให้ผม--"

                "ผมไม่ได้สร้างเธอมาแบบนั้น!!!" ชายหนุ่มตะคอกขึ้นมาเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะค่อยๆคลายตนเองออกจากลวดที่มัดไว้

                "ผมรู้ดีว่างานวิจัยของผมมันน่ากลัวแค่ไหน และผมไม่ได้ไม่มีความรับผิดชอบ ผมกำลังรับผิดชอบผลของมันอยู่ ผม... กับเธอกำลังเดินทางไปกำจัดเขา ไม่มีใครที่แข็งแรงและรวดเร็วพอที่จะทำได้ ไม่มีใครในโลกนี้ที่ทำได้อีกแล้ว... ผมต้องทำ..."

นักวิทยาศาสตร์หนุ่มพูดด้วยท่าทางที่เจ็บปวด อดีตที่เลวร้ายยังส่งผลถึงปัจจุบัน

                "ผมไม่ได้สร้างเธอขึ้นมาเพื่อชื่อเสียงหรือเกียรติยศ... ผมสร้างเธอขึ้นมาตามคำขอของเขา... แม้ว่าตอนนี้จะไม่ใช่แล้ว... ครอบครัวผม... เพื่อนผม... คนรักของผมถูกเขาฆ่าตาย... ผมไม่ได้สร้างเธอขึ้นมาชุ่ยๆเหมือนครั้งก่อนแน่ และผมสามารถรับผิดชอบเธอได้"

                ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ

                "ดูคุณยังไม่ค่อยมั่นใจในประโยคสุดท้ายนะ... ผมจะรอดูละกัน ว่าคุณจะรับผิดชอบพวกมันทั้งคู่ยังไง"
 

                "ปล่อยเขาไป! ปล่อยเขาไปเถอะ..." ชายหนุ่มร้องขอ

                "เรากลับกันได้แล้ว"

                มือสีขาวค่อยๆคลายออกจากลำคอ ชายหนุ่มกระโดดลงจากโบกี้ที่เริ่มติดไฟ หญิงสาวกระโดดตามลงมา ทิ้งให้เอดิสันนอนเจ็บอยู่ด้านบน

                "ผมจะรอดูพวกคุณ ผมจะรอดูพวกคุณถูกกำจัด ผมจะรอวิจัยร่างกายของเธอ" เอดิสันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

                "ผมจะรอให้คนอื่นมากำจัดพวกคุณ!!!"

                ...

                ...

                ...

                "นั่นอะไรเหรอคะ"

                "เครื่องบันทึกเสียงน่ะ..."

Comment

Comment:

Tweet